×
×

0

0

ว่าด้วยเรื่องเกจวัด EGT (Exhaust Gas Temperature Gauge)


เกจวัด EGT

ถ้าพูดถึงเรื่องเกจวัดที่นิยมในวงการแต่งรถรวมไปถึงวงการจูนเนอร์ในบ้านเราก็คงหนีไม่ เกจวัด A/F (หรือที่เรียกกันว่าเกจวัด O2)เกจวัดแรงดันน้ำมันเครื่อง/น้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงเกจวัดบูสต์ด้วยนอกเหนือจากเกจวัดเหล่านี้แล้ว ยังมีเกจวัดอีกหนึ่งตัวที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในฝั่งยุโรปและอเมริกาแต่ยังคงไม่เป็นที่แพร่หลายนักในบ้านเรา เกจวัดที่ว่าก็คือ เกจวัด EGT’นั่นเองครับ


เกจวัด EGT คืออะไร? เซ็นเซอร์ EGT ควรติดตั้งไว้ตรงไหน?

เกจวัด EGT ย่อมาจาก Exhaust Gas Temperature ซึ่งแปลตรงตัวก็คือ ‘เกจวัดอุณหภูมิไอเสีย’ นั่นเองครับ โดยปกติแล้ว เกจวัดชุดนี้จะอ่านค่าจากตัววัดอุณหภูมิที่ถูกติดตั้งไว้บริเวณท่อไอเสีย หลังจากนั้นก็จะแสดงผลโดยตรงผ่านหน้าปัดเข็มหรือหน้าปัดดิจิตอล โดยเราสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอุณภูมิได้หลายตำแหน่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ติดตั้งไว้ที่ท่อร่วมไอเสีย (หรือเฮดเดอร์) นอกจากนั้นแล้ว สำหรับรถยนต์เทอร์โบ ยังสามารถติดตั้งไว้ที่บริเวณเฮดเดอร์ก่อนเข้าเทอร์โบ หรือบริเวณโข่งหลังเทอร์โบก็ได้เช่นเดียวกัน แต่โดยมากแล้ว เซ็นเซอร์ EGT จะติดตั้งไว้หลังจากหน้าแปลนเฮดเดอร์ประมาณ 1-3 นิ้ว




การติดตั้ง EGT เซ็นเซอร์บริเวณเฮดเดอร์


เกจวัด EGT สามารถบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง?

อุณหภูมิของไอเสียที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์นั้น จะแปรผันกับอัตราส่วนน้ำมันและอากาศ (อัตราส่วน A/F) นอกจากนั้นแล้ว ยังแปรผันกับอัตร่าส่วนกำลังอัด, Ignition Timing (องศาการจุดระเบิด) รวมไปถึงประสิทธิภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ ทำให้จูนเนอร์หลายคน ได้เลือกใช้เกจวัด A/F ร่วมกับเกจวัด EGT เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ การใช้เกจวัดทั้งสองตัวเพื่อ นอกจากจะทำให้เครื่องจูนเนอร์สามารถปรับเซ็ทค่าที่เหมาะสมเพื่อให้เครื่องยนต์มีแรงม้าสูงสุดแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์มีความทนทานต่อการใช้งานอย่างหนักหน่วงได้อีกด้วย


ความสัมพันธ์ระหว่าง EGT และ AFR


พูดง่ายๆ ก็คือว่า เกจวัด A/F จะทำให้เราสามารถจูนเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มแรงม้าให้สูงขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกจวัด EGT จะทำให้เราทราบว่า เครื่องยนต์สามารถรองรับแรงม้าได้เพียงไหน และจุดใดคือลิมิตของเครื่องยนต์ ก่อนที่มันจะลาโลกกลับบ้านเก่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นแล้ว การใช้ทั้งเกจวัด A/F และเกจวัด EGT ร่วมกัน จะทำให้เราสามารถจูนเครื่องยนต์ให้มีแรงม้าสูง และในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ก็มีความอึด สามารถเค้ากำลังได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดลิมิตของเครื่องยนต์


EGT ควรมีค่าประมาณเท่าไหร่ จึงจะถือว่าเหมาะสม?

ปกติแล้ว ค่า EGT ของเครื่องยนต์เบนซินนั้น จะแปรผันไปกับองศาการจุดระเบิด, ปริมาณการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงค่าออกเทนของน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้นแล้ว ยังแปรผันกับค่าแรงดันอากาศก่อนเข้าเครื่องยนต์อีกด้วย และแน่นอนกว่า สำหรับเครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งระบบอัดอากาศ ก็จะมี EGT ที่สูงกว่าเครื่องยนต์หายใจด้วยตนเอง

โดยส่วนใหญ่แล้ว ค่า EGT ของเครื่องยนต์เบนซินที่ไม่มีการติดตั้งระบบอัดอากาศ ควรมีค่าไม่เกิน 800 องศาเซลเซียส สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบแล้ว ควรมีค่าไม่เกิน 950 องศาเซลเซียส

เกจวัด EGT ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันนั้น จะสามารถวัดค่าได้สูงสุดประมาณ 1000 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าครอบคลุมการใช้งานทั้งเครื่องยนต์ NA และเครื่องยนต์เทอร์โบ ยกตัวอย่างเช่น เกจวัด AEM X-Series EGT สามารถวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0-1000 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งสามารถตั้งค่าเพื่อเตือน Temperature Limit ได้ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการวัดค่าและการใช้งาน




เกจวัด AEM X-Series EGT GAUGE มาพร้อมกับเซ็นเซอร์และอุปกรณ์การติดตั้ง


เอาล่ะครับ และนี่ก็คือหน้าที่และความสำคัญของเกจวัด EGT หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้และความเข้าใจไม่มากก็น้อย และสำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจในตัวเกจวัด AEM X-Series EGT (รวมไปถึงเกจวัดอื่นๆ ในตระกูล X-Series) สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aemelectronics.com/products/sensors-connectors-accessories/temperature-sensors/exhaust-gas-temperature-egt-sensors


อ้างอิง

http://blog.innovatemotorsports.com/afr-vs-egt-gauges-when-to-tune-with-one-the-other-and-both/

×

ติดต่อ