0

Timing Light for gasoline tuning

Timing Light for gasoline tuning


2019-03-30 09:34:21

เมื่อก่อนนั้น... การปรับจูนเครื่องยนต์จะทำการปรับเซ็ทหลังจากที่มีการโมดิฟายเครื่องยนต์อย่างหนักแต่เพียงเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หลังจากเปลี่ยนแคมชาฟท์, หลังจากเปลี่ยนหัวฉีด หรือ หลังจากเปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยง เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้ เนื่องด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ จึงทำให้เครื่องยนต์ในปัจจุบัน มีความทนทานและศักยภาพที่มากกว่าเครื่องยนต์สมัยก่อน ส่งผลให้การปรับจูนเครื่องยนต์ในสมัยนี้ สามารถทำได้กับ ‘เครื่องยนต์เดิมๆ’ โดยที่ไม่ต้องมีการอัพเกรดมากมาย เรียกได้ว่า เราสามารถปรับจูนเครื่องยนต์เดิมจากโรงงาน เพื่อเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้ในปัจจุบันนี้ การจูนเครื่องยนต์และการรีแฟลชกล่อง ECU ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

การปรับจูนเครื่องยนต์เบนซินนั้น โดยพื้นฐานแล้ว เราสามารถปรับจูนตัวแปรได้ 2 ตัวหลักๆ นั่นก็คือ ปริมาณน้ำมัน (รวมไปถึงจังหวะการฉีดน้ำมัน) และตัวแปรอีกตัวหนึ่งที่เราสามารถปรับตั้งได้ก็คือ องศาการจุดระเบิด


องศาการจุดระเบิดมีผลโดยตรงต่อความดันภายในห้องเผาไหม้ (แรงบิด)


สำหรับการจูนปริมาณน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นระบบคาร์บูเรเตอร์หรือหัวฉีดนั้น เราสามารถวัดความหนา/บางของปริมาณน้ำมันได้จากปริมาณอ็อกซิเจนที่หลงเหลือจากการเผ้าไหม้ โดยเครื่องมือที่ใช้วัดปริมาณอ็อกซิเจนจะถูกเรียกว่า ‘อ็อกซิเจน เซ็นเซอร์’ หรือ ‘โอทู เซ็นเซอร์’ ซึ่งเซ็นเซอร์ตัวนี้ ถือเป็น ‘อาวุธประจำกาย’ ของจูนเนอร์เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าหากไม่ทราบปริมาณอ็อกซิเจนจากการสันดาป การจูนนิ่งก็จะขาดซึ่งความแม่นยำโดยปริยาย


ไทม์มิ่ง ไลท์ ยี่ห้อ INNOVA


อีกหนึ่งตัวแปรที่ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ ‘องศาการจุดระเบิด’ สำหรับระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิคส์นั้น เราสามารถตรวจสอบและปรับตั้งองศาการจุดระเบิดได้อย่างง่ายดายจากกล่องควบคุมของเครื่องยนต์ แต่สำหรับระบบจุดระเบิดแบบจานจ่ายนั้น...มันจะกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และทำให้จูนเนอร์หลายๆ คนปวดเศียรเวียนเกล้าเลยทีเดียว และแน่นอนว่าในวันนี้... เราจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับตั้งองศาการจุดระเบิดของจานจ่าย พร้อมทั้งไปทำความรู้จักกับเครื่องมือที่เรียกว่า ‘ไทม์มิ่ง ไลท์’ ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการตรวจวัดและปรับตั้งองศาการจุดระเบิด


‘ไทม์มิ่ง ไลท์ ’ คืออะไร?

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ‘ไทม์มิ่ง ไลท์’ คืออุปกรณ์ที่ใช้วัดองศาการจุดระเบิด เพื่อให้เราสามารถปรับจูนองศาการจุดระเบิดให้เหมาะสมกับชนิดและปริมาณน้ำมัน นอกจากนั้น และการติดตั้งระบบอัดอากาศเพิ่มเติม หรือการเปลี่ยนเพลาลูกเบี้ยว ล้วนแล้วแต่ต้องการการปรับตั้งองศาการจุดระเบิดเพื่อให้ ‘พอดี’ ไม่แก่เกิน-ไม่อ่อนเกิน จึงจะสามารถทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างกำลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

INNOVA® Inductive Timing Light (3551)


ปกติแล้ว ไทม์มิ่ง ไลท์ จะอาศัยสัญญาณจากคอยล์ของหัวเทียน หลังจากนั้นจึงนำมาคำนวณเพื่อหารอบเครื่องยนต์ พร้อมทั้งมีระบบไฟส่องสว่างเพื่อใช้ส่องสายพูลเล่ย์ เพื่อตรวจวัดตำแหน่งขององศาการจุดระเบิด


ขั้นตอนพื้นฐานของการตรวจสอบและปรับตั้งองศาการจุดระเบิด

โดยส่วนมากแล้ว หลักการทำงานและหลักการใช้งานของไทม์มิ่ง ไลท์จะเหมือนกันแทบทุกประการ และในครั้งนี้ เราจะนำเอาไทม์มิ่ง ไลท์ของ INNOVA (3551) ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มาสาทิตหลักการทำงานอย่างคร่าวๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพกันครับ

1. ต่อขั้วบวกและขั้วลบของไทม์มิ่ง ไลท์เข้ากับขั้วบวกและขั้วลบของแบตเตอรี่รถยนต์

2. แคลมป์ตัวจับสัญญานไว้ที่สายคอยล์ของหัวเทียนสูบที่หนึ่ง

3. ถอดสายแวคคั่มของจายจ่ายออก เพื่อป้องการกันการชดเชยองศาการจุดระเบิด

4. ขันตัวปรับจานจ่ายให้หลวมๆ เพื่อให้สามารถปรับตั้งได้ขณะติดเครื่องยนต์

5. สตาร์ทเครื่องยนต์ ตรวจเช็คและปรับตั้ง โดยการสังเกตมาร์คของเพลาข้อเหวี่ยง

ตำแหน่งมาร์คจุดศูนย์ตายบน (TDC) จะแตกต่างกันไปตามรุ่นของเครื่องยนต์


ไทม์มิ่ง ไลท์ คุณภาพสูงบางรุ่น ยกตัวอย่างเช่น INNOVA Pro Digital Timing Light (5568) จะมีหน้าจอดิจิตอลเพื่อบอกรอบเครื่องยนต์, แบตเตอรี่ รวมไปถึงสามารถแสดงค่า Dwell Time/Angle หรือระยะเวลาเปิด-ปิดหน้าทองขาว ซึ่งหมายถึงระยะเวลา (หรือมุม) ที่คอยล์หลักทำการชาร์จเพื่อเตรียมประกระแสไฟให้กับหัวเทียนนั่นเอง


INNOVA Pro Digital Timing Light (5568)


ประโยชน์ของการปรับตั้งองศาการจุดระเบิด

1. สำหรับเครื่องยนต์เดิมที่ไม่ได้มีการปรับแต่ง การปรับตั้งองศาจุดระเบิดให้ตรงตามค่าที่ผู้ผลิตแนะนำ จะช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

2. สำหรับเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟาย การปรับตั้งองศาจุดระเบิดถือเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ที่มีการปรับจูนปริมาณน้ำมัน (เปลี่ยนหัวฉีด, เปลี่ยนปั๊มติ๊ก) รวมไปถึงการเปลี่ยนประเภทของน้ำมัน (เปลี่ยนไปใช้น้ำมันที่มีเอทานอลสูงขึ้น เช่น E20 หรือ E85) เครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายในลักษณะที่ได้กล่าวมานั้น จำเป็นที่จะต้องปรับองศาการจุดระเบิดให้เหมาะสมกับสัดส่วนของน้ำมัน จึงจะช่วยให้เครื่องยนต์สร้างกำลังได้สูงสุด อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการชิงจุดระเบิดหรือที่เรียก ‘น็อค’ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงๆ

ถ้าหากว่าท่านผู้อ่านท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ INNOVA Timing Light สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไทมมิ่งไลท์ INNOVA