0

รางหัวฉีดแต่ง...มีความสำคัญอย่างไรกับเครื่องยนต์โมดิฟาย?

รางหัวฉีดแต่ง...มีความสำคัญอย่างไรกับเครื่องยนต์โมดิฟาย?


2019-07-22 21:30:59

รางหัวฉีดแต่ง...มีความสำคัญอย่างไรกับเครื่องยนต์โมดิฟาย?

สำหรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูงและเครื่องยนต์ที่ได้รับการโมดิฟายนั้น ระบบเชื้อเพลิงจัดว่าเป็นหนึ่งในระบบหลักที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กับชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งโดยมากแล้วผู้คนส่วนใหญ่จะโฟกัสเฉพาะการอัพเกรดหัวฉีดและปั๊มเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประสิทธิภาพระบบเชื้อเพลิงนั้น ควรจะทำการอัพเกรดอย่างเต็มระบบ ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนหัวฉีดและปั๊มติ๊กแล้ว... ‘รางหัวฉีด’ และอุปกรณ์ควรคุมแรงดันอย่าง ‘เรกกูเลเตอร์’ ก็ถือเป็นพาร์ทที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน


สำหรับวันนี้ เราจะไปศึกหาหน้าที่การทำงาน รวมไปถึงเหตุผลว่า...สำหรับเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายนั้น ทำไมเราจึงต้องทำการอัพเกรดรางหัวฉีด? และประโยชน์ที่ได้จากการใส่รางหัวฉีดแต่งนั้น จะมีอะไรบ้าง...เราไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ครับ


การอัพเกรดระบบเชื้อเพลิงทั้งระบบ


ปกติแล้ว ถ้าหากว่ามีการโมดิฟายเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นการแฟลชกล่อง, ใส่กล่องแต่งกล่องพ่วง, เปลี่ยนขนาดหัวฉีด, การปรับเพิ่มบูสต์ (สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ) รวมไปถึงการเพิ่มความจุของเครื่องยนต์ ทุกการปรับแต่งที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อระบบเชื้อเพลิงด้วนกันทั้งหมด และเพื่อที่จะให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ ระบบเชื้อเพลิงจะต้องสามารถจ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ โดยคำว่าประสิทธิภาพในที่นี้หมายความว่า ต้องมีการจ่ายน้ำมันที่ไม่มีการปะปนของฟองอากาศ รวมไปถึงอุณหภูมิของน้ำมันที่จ่ายนั้น ไม่ควรจะสูงจนเกินไป จึงจะทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นกำลังได้อย่างสูงสุด เพราะฉะนั้นแล้ว การอัพเกรดขนาดของรางหัวฉีดให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และแข็งแรงขึ้น จึงถือเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายอย่างหนัก

เราสามารถสรุปผลประโยชน์ของรางน้ำมันแต่งได้ดังต่อไปนี้

1. ทำให้ปริมาณการฉีดน้ำมันคงที่และต่อเนื่อง

รางน้ำมันแต่งจะมีความจุที่มากกว่ารางน้ำมันโรงงาน ซึ่งทำให้สามารถสำรองน้ำมันเพื่อจ่ายให้กับหัวฉีดได้อย่างพอเพียง หัวฉีดจึงสามารถจ่ายน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ที่มีเพิ่มขนาดของหัวฉีด รวมไปถึงคนที่มีแผนจะต่อยอดการโมดิฟายเครื่องยนต์ในอนาคต

2. รางน้ำมันแต่งสามารถทนต่อแรงดันได้ดีกว่า

สำหรับเครื่องยนต์ที่มีการอัพเกรดปั๊มน้ำมันเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง การเปลี่ยนไปใช้รางน้ำมันแต่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่ารางน้ำมันสามารถทนต่อแรงดันที่สูงขึ้นได้ และช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งานแบบแข่งขัน ที่ต้องใช้ระดับแรงดันน้ำมันที่สูงตลอดเวลา


นอกจากนั้นแล้ว แรงดันที่เพิ่มสูงขึ้นจากปั๊มติ๊กแล้ว ยังมีแรงดันจากการไหลย้อนกลับที่เรียกว่า ‘Back Pressure’ (แบ็ค เพรสเชอร์) ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายให้กับระบบเชื้อเพลิง รางน้ำมันแต่งที่มีคุณภาพสูงจะสามารถลดระดับความดันย้อนกลับ และสามารถทนต่อความเค้นที่เกิดจากความดันย้อนกลับได้สูงกว่ารางน้ำมันจากโรงงาน ยกตัวอย่างเช่น รางน้ำมันแบบ Hi-flow จาก AEM ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกับแรงดันย้อนกลับ และสามารถจ่ายน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้สามารถรองรับเครื่องยนต์ที่มีแรงม้าระดับ 1,000 แรงม้าได้อย่างสบายๆ

3. สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า                                            

รางน้ำมันแต่งคุณภาพสูงนั้น ปกติแล้วจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ทำให้สามารถระบายความร้อนได้มากกว่า เป็นผลให้น้ำมันที่ถูกส่งเข้าหัวฉีดมีอุณหภูมิต่ำกว่า เครื่องยนต์จึงสามารถจุดระเบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้ว น้ำมันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ยังช่วยลดโอกาสที่เครื่องยนต์จะอาการน็อคกิ้ง (Knocking) ได้อีกด้วย

และที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ก็คือประโยชน์ของรางน้ำมันแต่งนั่นเองครับ จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ที่ได้รับการโมดิฟายเกี่ยวกับระบบเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะโมดิฟายหนัก-หรือ-โมดิฟายเบา ก็ไม่ควรจะละเลยกับการอัพเกรดรางหัวฉีดให้เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยเพิ่มในเรื่องของความปลอดภัยด้วยครับ

นอกจากรางหัวฉีดแล้ว ก็ยังมีอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ ‘เรกูเลเตอร์’ หรือ ‘ตัวจำกัดแรงดันน้ำมัน’ นั่นเองครับ โดยปกติแล้ว จะติดอยู่ใกล้ๆ กับรางหัวฉีด และมีหน้าที่ปรับแรงดันน้ำมันให้เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์ โดยแรงดันน้ำมันจะถูกควบคุมอย่างสัมพันธ์กันกับแรงดันอากาศในท่อร่วมไอดี เรกูเลเตอร์คุณภาพสูงจะสามารถควบคุมแรงดันน้ำมันได้อย่างแม่นยำ เป็นผลให้เครื่องยนต์มีเสถียรภาพสูงไม่ว่าจะใช้งานที่รอบสูง หรือรอบต่ำ

ไดอะแกรมพื้นฐานของระบบเชื้อเพลิง



ยกตัวอย่างเช่น เรกูเลเตอร์

แบบปรับค่าได้ของ AEM ที่สามารถปรับแรงดันหัวฉีดได้อย่างยืดหยุ่นตั้งแต่ 40 ปอนด์ ไปจนถึง 130 ปอนด์ เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายมาพอสมควร นอกจากนั้นแล้ว ลูกยางของชุดข้อต่อยังสามารถทนต่อน้ำมันเอทานอล อย่างน้ำมัน E85 ของบ้านเราอีกด้วย


ดูสินค้า รางหัวฉีดและเรกูเลเตอร์ ที่นี่